“หนังตาตก” อีกหนึ่งปัญหาหนังตาที่สร้างความรำคาญและกังวลใจให้ผู้ประสบปัญหาเป็นอย่างมาก ซึ่งเชื่อได้ว่าหลาย ๆ คนอาจนึกภาพไม่ออกว่าอาการหนังตาตกมีลักษณะอย่างไร หรือแตกต่างจากอาการเปลือกตาหย่อนแบบทั่วไปอย่างไรบ้าง
ซึ่งในความเป็นจริง หนังตาตกไม่เพียงส่งผลต่อรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังอาจกระทบต่อการมองเห็นและสุขภาพดวงตาโดยรวมอย่างไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้นหรือความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา ในบทความนี้ Solaris Clinic จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า “หนังตาตก” ส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง และมีวิธีใดบ้างที่สามารถช่วยแก้ไขหรือชะลอปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด
“หนังตาตก” ทำบุคคลิกเสียและเป็นปัญหาต่อการมองเห็น
แม้เราจะนอนเต็มอิ่ม แต่มักมีคนทักว่า “ดูเหนื่อยจังเลย” หรือ “ดูง่วง ๆ นะ” ทั้งที่จริงแล้วเรารู้สึกสดชื่นดี? หนึ่งในสาเหตุที่อาจมองข้ามไปคือ ภาวะหนังตาตก ซึ่งไม่ได้ส่งผลแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบถึงการมองเห็นและความมั่นใจโดยรวมอีกด้วย
หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเป็นแค่เรื่องของวัย แต่จริง ๆ แล้วหนังตาตกสามารถเกิดได้ตั้งแต่อายุยังน้อย และหากปล่อยไว้นานอาจมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่รู้ตัว วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับภาวะหนังตาตกให้มากขึ้น พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขที่เหมาะกับแต่ละกรณี ทั้งแบบไม่ผ่าตัดและแบบผ่าตัด เพื่อคืนความสดใสให้ดวงตาอีกครั้ง
หนังตาตกคืออะไร?

“ภาวะหนังตาบนตก” อาจส่งผลต่อตัวเรามากกว่าที่คิด
ดวงตาคือจุดที่เป็นส่วนแรก ๆ ที่ผู้คนมักสังเกตเมื่อมองใบหน้า ซึ่งหากหนังตาเริ่มหย่อนหรือตกลงมาคลุมชั้นตา จะทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้า หมองเศร้า หรือดูเหมือนไม่มีพลัง ทั้งที่ความจริงเจ้าตัวอาจรู้สึกสดชื่นและกระฉับกระเฉงดี แต่กลับถูกเข้าใจผิดจากภาพลักษณ์ภายนอก ส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพโดยรวมโดยไม่รู้ตัว
ในบางราย หนังตาตกอาจทำให้ชั้นตาสองข้างดูไม่เท่ากัน หรือทำให้แต่งหน้ายากขึ้น โดยเฉพาะการกรีดอายไลเนอร์หรือการติดขนตาปลอม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกมั่นใจเมื่อต้องออกงาน พบปะผู้คน หรือพูดคุยแบบเผชิญหน้า
นอกจากเรื่องบุคลิกภาพแล้ว หนังตาตกยังสามารถส่งผลต่อการมองเห็นโดยตรง โดยเฉพาะในเคสที่หนังตาตกมากจนกลบชั้นตาหรือคลุมถึงแนวขนตา ซึ่งอาจทำให้ ลานสายตาด้านบนแคบลง การมองเห็นจึงไม่ครอบคลุมเหมือนเดิม โดยผู้ที่มีภาวะนี้มักต้องเงยหน้าหรือเลิกคิ้วเพื่อเปิดตามองให้ชัดขึ้น โดยไม่รู้ตัวว่าเกิดจากหนังตา
อาการนี้อาจรบกวนการใช้ชีวิตในระยะยาว เช่น ขับรถ อ่านหนังสือ หรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ เพราะต้องเพ่งนาน ๆ ส่งผลให้ดวงตาล้า และอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มักมีปัญหานี้ร่วมกับสายตายาวหรือสายตาเอียง
เพราะภาวะหนังตาตกทำให้ดวงตาต้องใช้ความพยายามในการมองมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องโฟกัสสิ่งใดนาน ๆ เช่น การอ่านตัวอักษรเล็ก ๆ หรือจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ สมองและกล้ามเนื้อตาบริเวณรอบเบ้าจึงต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการ ตาล้า ปวดรอบดวงตา ปวดศีรษะ หรือรู้สึกเมื่อยล้าบริเวณหน้าผากโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งมักเกิดซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวันและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
วิธีแก้หนังตาตก มีอะไรบ้าง?
เป็นวิธีที่เห็นผลชัดเจนและตรงจุดมากที่สุด โดยศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเอาหนังตาส่วนเกินออก พร้อมจัดเรียงไขมันและกล้ามเนื้อใหม่ให้ได้ชั้นตาที่คมชัด สดใส และดูอ่อนเยาว์ขึ้น การผ่าตัดชนิดนี้เหมาะกับผู้ที่มีหนังตาตกจากอายุที่เพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อเปลือกตาอ่อนแรง หรือมีภาวะหนังตาปิดชั้นตาอย่างชัดเจน
ข้อดีของวิธีนี้คือผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นานหลายปี รวมถึงสามารถปรับรูปตาให้เหมาะกับใบหน้าแต่ละคนได้ หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ยังสามารถผสานเทคนิคอื่น เช่น เปิดหัวตา (Epicanthoplasty) หรือเปิดหางตา (Lateral Canthoplasty) เพื่อให้ดวงตาดูเรียวยาวและสมดุลมากยิ่งขึ้น
เหมาะสำหรับผู้ที่มีหนังตาตกในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัด การรักษาประเภทนี้จะเน้นการยกกระชับผิวบริเวณรอบดวงตาด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น…
- โปรแกรม Thermage FLX / โปรแกรม Ultherapy
ใช้พลังงานคลื่นความร้อน (Radiofrequency หรือ Ultrasound) ลงลึกถึงชั้นคอลลาเจน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตากระชับขึ้น ช่วยลดความหย่อนคล้อยและยกหนังตาได้ในระดับหนึ่ง เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณหนังตาตกเล็กน้อย - โปรแกรม Endolift
เป็นเทคนิคเลเซอร์ละลายไขมันใต้ชั้นผิวหนังลึก โดยใช้เส้นใยเลเซอร์ขนาดเล็กสอดเข้าไปใต้ผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับบริเวณเปลือกตา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูรอบดวงตาโดยไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลทันทีบางส่วนและชัดเจนขึ้นในระยะ 1–3 เดือน - โปรแกรม Botox ยกคิ้ว / เปิดชั้นตา
การฉีดโบท็อกซ์บริเวณหน้าผากหรือหางคิ้ว เพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ดึงคิ้วลง ทำให้คิ้วยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยให้หนังตาดูเปิดมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีหนังตาตกเพียงเล็กน้อย หรือใช้เป็นการรักษาชั่วคราวก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม
แม้เทคโนโลยีและการศัลยกรรมจะช่วยแก้ไขหนังตาตกได้ แต่การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันก็มีบทบาทสำคัญในการชะลอการหย่อนคล้อยของหนังตา เช่น…
- พักผ่อนให้เพียงพอ ลดพฤติกรรมอดนอนที่ทำให้ผิวเสียความยืดหยุ่น
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตาบ่อย ๆ เพราะอาจทำลายคอลลาเจนและทำให้หนังตาหย่อนเร็วขึ้น
- งดการย่นหน้าผากบ่อย ๆ โดยเฉพาะเวลาพยายามเบิกตา เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อหน้าผากทำงานหนักจนเกิดริ้วรอยลึก
- ทาครีมบำรุงรอบดวงตาเป็นประจำ และสวมแว่นกันแดดเมื่อต้องออกแดด เพื่อป้องกันผิวรอบดวงตาจากแสง UV
อย่างไรก็ดี การแก้ปัญหาหนังตาตกสามารถเลือกได้หลายวิธีตามระดับความรุนแรงและความพร้อมของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการศัลยกรรมเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนถาวร หรือเทคโนโลยียกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัดที่ช่วยฟื้นฟูผิวรอบดวงตาได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันซึ่งมีบทบาทสำคัญในการชะลอความหย่อนคล้อย การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยประเมินแนวทางที่เหมาะสมที่สุด และคืนความสดใสให้ดวงตาได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
ท้ายที่สุด ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า “หนังตาตก” ไม่ใช่แค่เรื่องความงามเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการมองเห็นและความมั่นใจของเราโดยตรง ดังนั้น สำหรับใครที่เริ่มรู้สึกว่าดวงตาไม่สดใสเหมือนเคย หรือมองเห็นแคบลง ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับตนเองโดยเร็วที่สุด
เสริมตาสองชั้น แก้ปัญหาหนังตาตก ที่ Solaris Clinic
การเสริมคางที่โซลาริสคลินิกมีจุดเด่นที่โดดเด่นในการปรับโครงหน้าให้ดูสมดุลและเสริมความมั่นใจให้กับลูกค้า โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงจะทำการประเมินรูปหน้าของแต่ละบุคคลอย่างละเอียดเพื่อออกแบบทรงคางที่เข้ากับโครงหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังใช้เทคนิคที่ทันสมัยและปลอดภัย เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเรียบเนียน ไม่เห็นรอยแผล ทำให้คางมีรูปทรงที่สวยงามและเข้ากับใบหน้าโดยรวมได้อย่างลงตัว การบริการที่ใส่ใจในรายละเอียดและการออกแบบเฉพาะบุคคล ทำให้การเสริมคางที่โซลาริสคลินิกตอบโจทย์ทั้งด้านความสวยงามและความมั่นใจในตนเอง










( รีวิว ตาสองชั้น จาก Solaris Clinic )