พิเศษ! โปรเสริมจมูกราคาพิเศษ 7,900 บาท

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ตาปรือ หนังตาตก แก้ไขได้ด้วยวิธีผ่าตัดโดยแพทย์เฉพาะทาง

เคยรู้สึกไหมว่า “ดวงตาดูเหนื่อยล้า ตาปรือ ดูง่วงแม้นอนเต็มอิ่ม”? หรือมีคนทักว่า “หน้าดูง่วง เศร้า ไม่สดใส” ทั้งที่คุณไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย หากคุณมีอาการลักษณะนี้บ่อย ๆ และโดยเฉพาะหาก หนังตาตกจนบังตาดำ นั่นอาจไม่ใช่แค่ความง่วง แต่คือ “กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง” (Ptosis) ซึ่งเป็นภาวะที่สามารถส่งผลกระทบต่อทั้งรูปลักษณ์ ความมั่นใจ และการมองเห็นในชีวิตประจำวัน

ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปเข้าใจให้ลึกถึงสาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงอย่างตรงจุด รวมถึงเทคนิคการผ่าตัดที่ช่วยคืนความสดใสให้ดวงตาอีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง คืออะไร?

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือภาวะ Ptosis (พีโทซิส) คืออาการที่ กล้ามเนื้อเลเวเตอร์ (Levator Palpebrae) ซึ่งทำหน้าที่ยกเปลือกตาบน ทำงานได้ไม่เต็มที่หรือเสื่อมลง ส่งผลให้เปลือกตาบนตกลงมาปิดตาดำบางส่วน ทำให้ตาดูปรือ เหมือนง่วง หรือไม่สดใส

ภาวะนี้พบได้ในทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่จะส่งผลกระทบมากในกลุ่มวัยทำงาน – ผู้สูงอายุ เพราะจะส่งผลทั้งด้านบุคลิกและการมองเห็นโดยตรง

อาการของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis Symptoms)

ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงส่งผลโดยตรงต่อทั้ง “ความสามารถในการมองเห็น” และ “ภาพลักษณ์ใบหน้า” โดยสามารถสังเกตอาการต่าง ๆ ได้ดังนี้:

1. ตาปรือ หนังตาตก หน้าดูเหนื่อยหรือเศร้า

ผู้ที่มีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมักจะดูเหมือนคนง่วงตลอดเวลา ถึงแม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตาม ดวงตาจะดูเล็กลง ไม่สดใส ส่งผลให้ใบหน้าดูเศร้า เหนื่อยล้า หรือเหมือนขาดความมั่นใจ ซึ่งบางคนถูกทักว่าหน้าดูไม่รับแขก ทั้งที่จริงแล้วสภาพจิตใจปกติดี

2. หนังตาบังตาดำ

ในรายที่กล้ามเนื้ออ่อนแรงรุนแรง หนังตาจะตกลงมาจนบังส่วนของตาดำ ทำให้ “การมองเห็นถูกจำกัด” โดยเฉพาะบริเวณด้านบนหรือมุมมองที่ต้องใช้สายตามองขึ้น ผู้ป่วยอาจสังเกตได้ว่ามองเห็นภาพได้ไม่เต็มที่ หรือมีเงามืดบังสายตาอยู่ตลอดเวลา

3. ต้องแหงนหน้า หรือเลิกคิ้วตลอดเวลา

เพื่อชดเชยกับความสามารถในการยกเปลือกตาที่หายไป ผู้ที่มีภาวะนี้มักจะ “เลิกคิ้วหรือยกหน้าผาก” อยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดรอยย่นระหว่างคิ้ว หรือหน้าผากย่นเป็นแนวชัดเจน และบางรายอาจมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะหรือคอร่วมด้วย เพราะต้องเงยหน้าเพื่อช่วยให้มองเห็นได้ชัด

4. ตาไม่เท่ากัน

ภาวะนี้มักเกิดกับข้างใดข้างหนึ่งก่อน ทำให้ “ตาดูไม่สมมาตร” ข้างหนึ่งปรือ ข้างหนึ่งปกติ หรือขนาดดวงตาไม่เท่ากัน ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูไม่บาลานซ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนกังวลใจและต้องการแก้ไขเพื่อให้ใบหน้ากลับมาดูสมดุลและอ่อนเยาว์

5. แต่งตาไม่ติด หรือแต่งตายาก

คนที่มีหนังตาตกจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะพบว่า “แต่งตาไม่ขึ้น” เช่น อายแชโดว์ไม่เห็นชั้นตา อายไลเนอร์เบี้ยว หรือกรีดยากมาก เพราะหนังตาบังเปลือกตาจนไม่สามารถสร้างเส้นขอบตาที่คมชัดได้ เหล่านี้ส่งผลต่อความมั่นใจในการแต่งหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะผู้หญิง

สาเหตุของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Causes of Ptosis)

ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้:

1. กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด (Congenital Ptosis)

เป็นภาวะที่พบตั้งแต่เด็กแรกเกิด เด็กบางคนเกิดมาพร้อมกับกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตาบนทำงานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งอาจเกิดกับตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่เด็ก อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการด้านการมองเห็น เช่น ตาขี้เกียจ (Lazy Eye)

2. กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจากอายุที่มากขึ้น (Involutional or Age-related Ptosis)

เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณรอบดวงตาจะเริ่มเสื่อมตามธรรมชาติ โดยเฉพาะ “กล้ามเนื้อ Levator” ซึ่งเป็นตัวช่วยยกเปลือกตาบน เมื่อกล้ามเนื้อนี้อ่อนแรงหรือเสื่อม การยกตาจึงทำได้น้อยลง ส่งผลให้เกิดหนังตาตกหรือปรือโดยเฉพาะในวัยกลางคนขึ้นไป

3. สาเหตุจากพฤติกรรมหรือการใช้งานตา

  • การใส่คอนแทคเลนส์นานหลายปี โดยเฉพาะแบบแข็ง อาจมีแรงดึงกับเปลือกตา ทำให้เอ็นหรือกล้ามเนื้อหย่อน
  • การขยี้ตาบ่อยเกินไป หรือทำศัลยกรรมตาหลายครั้ง จนส่งผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบดวงตา
  • อุบัติเหตุที่กระทบดวงตาหรือกล้ามเนื้อตาโดยตรง

4. กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจากโรคในระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อ

ในบางราย ภาวะนี้เกิดจากโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท เช่น:

  • Myasthenia Gravis (MG): โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงเป็นช่วง ๆ
  • เส้นประสาทสมองคู่ที่ 3 ผิดปกติ: ทำให้ไม่สามารถสั่งการให้กล้ามเนื้อยกเปลือกตาทำงานได้

โรคเบาหวาน: ที่มีผลต่อหลอดเลือดและประสาท ทำให้การควบคุมกล้ามเนื้อตาเสื่อมลง

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงสามารถรักษาได้หรือไม่?

คำตอบคือ “รักษาได้” โดยเฉพาะหากได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น โดยแพทย์จะประเมินก่อนว่าภาวะที่เกิดขึ้นเป็นกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจริงหรือไม่ และอยู่ในระดับใด จากนั้นจะพิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสม

แนวทางการรักษาหลัก:

การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis Correction Surgery)
ถือเป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและให้ผลลัพธ์ชัดเจน โดยแพทย์จะผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อหรือเอ็นยึดเปลือกตาให้ยกสูงขึ้น เพื่อให้ตาเปิดกว้างและดูเท่ากันมากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ทั้งกรณีตาปรือข้างเดียวหรือตาทั้งสองข้าง

ผลลัพธ์ที่ได้จากการผ่าตัด:

  • ตาเปิดกว้างขึ้น มองเห็นชัดขึ้น โดยเฉพาะมุมบน
  • รูปตาดูสดใส อ่อนวัย ไม่ง่วง ไม่เศร้า
  • ลดอาการปวดหัวจากการใช้หน้าผากช่วยมอง
  • หน้าโดยรวมดูสมดุลขึ้น แต่งตาได้ง่ายขึ้น
  • เพิ่มความมั่นใจในชีวิตประจำวัน

การผ่าตัดควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญด้านกล้ามเนื้อตาและศัลยกรรมตกแต่งรอบดวงตาโดยตรง เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

เทคนิคการผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

การผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ

  • แบบกล้ามเนื้อยังใช้งานได้บางส่วน

แพทย์จะ “เย็บปรับระดับกล้ามเนื้อยกเปลือกตา” ให้ตาสูงขึ้น และสมมาตรกับอีกข้าง

  • แบบกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก

จะใช้เทคนิค “แขวนเปลือกตา” โดยใช้เนื้อเยื่อเทียมหรือเยื่อของร่างกายตัวเอง (เช่น เอ็นหน้าผาก) เชื่อมกล้ามเนื้อหน้าผากกับเปลือกตา เพื่อให้หน้าผากช่วยยกตาขึ้นแทน

ข้อดีของการผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

  • เพิ่มการมองเห็นชัดขึ้น ไม่ต้องแหงนหน้าหรือเลิกคิ้วตลอดเวลา
  • ดวงตาดูสดใส อ่อนเยาว์ขึ้นทันที
  • รูปตาดูเท่ากันมากขึ้น (แก้ปัญหาตาไม่เท่ากัน)
  • เพิ่มความมั่นใจ แต่งตาง่ายขึ้น
  • บางคนรู้สึกปวดหัวลดลงจากการไม่ต้องใช้กล้ามเนื้อหน้าผากเกร็งช่วยมอง

สรุป

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับสุขภาพการมองเห็นและคุณภาพชีวิต หากคุณสังเกตว่าเริ่มมีอาการตาปรือ หนังตาตก หรือมองเห็นไม่ชัด ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะ

Solaris Clinic: แก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง โดยทีมแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตา

ที่ Solaris Clinic เราเข้าใจดีว่าปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงต้องใช้ความชำนาญเฉพาะทาง เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งโครงสร้างกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และความงามของใบหน้า

บริการของเรา:

หากคุณกำลังมองหาวิธีคืนความสดใสให้ดวงตา และปรับรูปตาให้ดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เราพร้อมให้คำ
ปรึกษาอย่างตรงจุด

เปิดดวงตาให้สดใสอีกครั้ง ด้วยเทคนิคที่ปลอดภัย เห็นผล และเป็นคุณที่สุด ที่ Solaris Clinic

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงต้องรีบรักษาไหม?

 A: หากมีผลต่อการมองเห็น หรือบุคลิกภาพ ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมิน โดยเฉพาะในเด็กเพราะอาจกระทบพัฒนาการด้านการมองเห็น

Q: ผ่าตัดเจ็บไหม? ต้องพักฟื้นกี่วัน?

 A: ใช้ยาชาเฉพาะที่ และใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากใช้เทคนิคที่ค่อนข้างเฉพาะทางในการทำ และพักฟื้น 5–7 วันก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

Q: ผ่าตัดแล้วจะดูไม่ธรรมชาติไหม?

 A: หากแพทย์ประเมินอย่างละเอียดและใช้เทคนิคที่เหมาะสม จะได้ผลลัพธ์ที่กลมกลืนกับใบหน้า ไม่โป๊ะ

Q: ผลลัพธ์อยู่ได้นานไหม มีโอกาสกลับมาปรืออีกหรือเปล่า?

A: โดยทั่วไปผลลัพธ์ อยู่ได้นาน แต่ขึ้นกับสาเหตุ (เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น/พฤติกรรม/โรคกล้ามเนื้อ) และการดูแลหลังผ่าตัด หากมีโรคระบบประสาทหรือ MG ต้องรักษาต้นเหตุร่วมด้วยเพื่อความยั่งยืน

บทความล่าสุด

บทความล่าสุด

© 2024 Maxideastudio. All Rights Reserved.